Help - Search - Members - Calendar
Full Version: [Trans] 150511 Ize Interview - M&D
✿HCTF✿Garden : 김희철님을 찬양합니다! > *(`.•❉•.* ♥Flower Garden♥*.•❉•.)* > *.:。✿Flower Translate✿.。.:*
HeeKyung
Source: www.ize.co.kr
Korean to Chinese Translation: ForMas金政模中文站
Chinese to English Translation: youcantdothaaat.wordpress.com
English to Thai Translation: Ballerina_Petal@HeeChulThailandFanclub
Shared at sup3rjunior.com by: firnia
TAKE OUT WITH FULL AND PROPER CREDITS.








1.คุณกลับมาพร้อม M&D และก็มีอัลบั้มด้วย

ฮีชอล: นี่เป็นโปรเจคที่พวกเราทั้งสองคนจะสามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆในระยะยาว ถึงแม้ว่าผมจะเคยพูดตอนให้สัมภาษณ์ว่าเราจะออกถึงแค่อัลบั้มที่ 2 แล้วรอดูว่าผลจะออกมายังไง ถึงแม้ว่าจะต้องยุติลง แต่ผมก็ไม่อยากทำให้มันยุ่งเหยิงและทำให้มันหายไป ผมเคยพูดอย่างนั้นแต่จริงๆแล้วก็อยากทำต่อไปจริงๆนั่นแหละ ถ้าบอกว่าซุปเปอร์จูเนียร์โชว์การแสดง M&D ก็คือทีมที่สร้างเพลง ไปรายการวิทยุและรายการทอล์คโชว์ ตอนที่ทำกิจกรรมของแทรกซ์ จองโมจะต้องทำตามแผนงาน แต่ที่นี่ ไม่ว่าอะไรที่เขาอยากลองทำ แม้ว่าจะเป็นเพลงลูกทุ่ง เราก็ลองทำได้

(จองโมพูดเกี่ยวกับงานเพลงที่ชอบที่เคยทำๆมา แต่กับ M&D เขาทำนอกเหนือจากที่ชอบ)

ฮีชอล: นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเพลงมันถึงฟังดูยุ่งเหยิงไปด้วย (หัวเราะ) ตอนที่จองโมเรียบเรียงเพลง M&D เขาบอกว่า "ฮยอง ผู้หญิงที่ผมชอบดูเหมือนว่าจะไม่ได้ชอบผมอ่ะ" แล้วก็จะเล่นกีตาร์ นี่คือวิธีอัดเพลงของพวกเรา เพลง 'I Wish' ออกมาจากหัวผมตอนกำลังเล่นเกมส์และบอกจองโมว่าแพ้ 5 เกมส์รวดเลย ทำยังไงดี? แบบนั้นเลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้จากเบื้องหลังซุปเปอร์จูเนียร์และแทรกซ์ นี่คือสนามเด็กเล่นของเรา

2.นี่คือเหตุผลที่เนื้อเพลงออกมาแบบนั้น? แค่เริ่มจากเพลงแรกใน M&D คุณก็ย้อนกลับไปในอดีตซะแล้ว ใน MV มีตอนที่ฮีชอลละเลยแฟนสาวเพราะเกมส์ด้วย

ฮีชอล: มันเป็นสคริปต์ที่เขียนจากประสบการณ์ของผมครับ (หัวเราะ) ผมรู้สึกขอโทษสาวๆที่เคยเดตด้วยมากๆเลย ดังนั้นด้วยหัวใจของคนที่สำนึกผิด ผมจะทำตัวดีกับสาวๆที่จะเดตด้วยในอนาคตละกัน

3.เนื้อเพลง Close Ur Mouth เกี่ยวกับการทิ้งผู้หญิงที่คุณไม่ชอบ

ฮีชอล: ในตอนนั้นผมรู้สึกว่า "ฉันมีผู้หญิงตั้งเยอะแยะ" แต่หลังจากอายุเข้าวัย 30 แล้ว ผมก็เริ่มคิดว่า "จะแต่งงานได้มั้ยเนี่ยเรา?" ต่อให้เราจะสนิทกันมากแค่ไหน ผมก็แต่งงานกับจองโมไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ยล่ะ? (หัวเราะ) ชีวิตของผมในทุกวันนี้ที่มีแต่เกมส์ก็ดีไม่หยอกเลย แต่ถ้านานๆไปแล้วเพื่อนๆผมแต่งงานกันไปหมด ผมก็ไม่สามารถเรียกพวกเค้าออกมาดื่มด้วยกันได้อีก จริงๆแล้วผมอยู่ที่หอกับทงเฮและรยออุค แต่ผมย้ายออกมาแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะเหตุผลนี้นั่นแหละ ทั้งคู่กำลังจะไปเข้ากรม ผมจะรู้สึกเหงาขนาดไหน? ผมไม่ชอบความโดดเดี่ยวเลยจริงๆ

4.ตอนนี้มันก็ไม่ได้แย่นะ คุณแค่กลัวกับอนาคตที่จะมาถึง

ฮีชอล: จริงๆแล้วผมไม่อยากแต่งงานเลย น่ารำคาญจะตาย! (หัวเราะ) ผมยังไม่สามารถดูแลผู้หญิงที่ชอบได้เลย และมันไม่ใช่เพราะว่าผมมีคนอื่นนะ แต่เป็นเพราะผมเล่นเกมส์มากเกินไปจนละเลยพวกเธอต่างหาก

5.มีการเปลี่ยนแปลงบ้างมั้ย? ในฐานะไอดอล หลังจากที่อายุเหยียบ 30 มุมมองจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้างจริงมั้ย?

ฮีชอล: ตอนที่ทำงานบริการสาธารณะ ผมได้เจอผู้คนมากมาย ผมคิดว่าที่ผมดีขึ้นได้มากก็เพราะสิ่งนั้นนั่นแหละ เมื่อก่อน ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนมาขอลายเซ็นที่ร้านอาหารในระหว่างที่ผมทานอาหารอยู่ ผมก็มักจะ...แต่หลังจากได้พบเจอมากๆเข้า ผมก็คิดได้ว่าการมอบลายเซ็นหรือถ่ายรูปด้วยมันจะเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับพวกเค้


6.รายการออกอากาศก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยด้วยนี่ คุณเคยปะทะฝีปากใน Radio Star แต่ตอนนี้กลายเป็น The Demand Of Luxurious Food ที่คุณสามารถรับมือกับแขกได้เป็นอย่างดี แสดงท่าทางที่ต่างออกไป และทำตัวน่ารักใส่คนที่แก่กว่ามากด้วย

ฮีชอล: ผมเคยยุ่งมากๆกับการพูดถึงตัวเอง แต่ในระหว่างที่อยู่ในงานบริการสาธารณะ ใน 2 ปีนั้นที่ไม่มีงานมันเครียดมากจริงๆ ไม่ใช่ไอดอล เป็นแค่คนๆหนึ่งในสังคม ผมเลยได้รับฟังคนที่อยู่รอบๆตัวมากขึ้น มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมมักจะพูด "เข้าใจแล้วๆ" ในรายการทุกวันนี้ตลอด เพราะว่าผมอยากจะรวบคำคอมเมนท์ของพวกเค้านั่นแหละ ผมเคยถูกเรียกว่าคิมอารมณ์แปรปรวนเพราะอารมณ์ของผมมันจริงจังมาก และผมก็จะแสดงออกทางสีหน้า แต่ตอนนี้ผมสามารถควบคุมมันได้บ้างแล้ว ถ้าผมไม่ชอบใจอะไร ผมจะรอให้กล้องตัดก่อนถึงจะแสดงมันออกมา ถึงแม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้แสดงออกมากขนาดนั้นเหมือนเมื่อก่อน แต่ในตอนนั้นที่ได้รับการให้อภัยมาก็เพราะความเป็นเด็กของผม แต่ในตอนนี้ผมไม่ใช่เด็กอีกแล้ว

7.ถ้าคุณมีแฟนตอนนี้ คุณจะสามารถดูแลเธอได้ดีมั้ย? (หัวเราะ)

ฮีชอล: มันเป็นเพราะผมรู้สึกว่าถ้าผมคนเก่าจะยังเป็นแบบนี้ต่อไป ผมก็จะเดตไม่ได้ ผมเลยเขียนเพลง 'I Wish' ขึ้นมา แต่ทันใดนั้นผมก็รู้สึกโกรธมาก จริงๆแล้วประโยค "แล้วถ้าฉันไม่อยากจะเดตล่ะ?" จะเป็นประโยคสุดท้ายในเพลง แต่จองโมก็บอกให้เปลี่ยน บอกว่า ฮยอง ถ้าจบแบบนี้มันจะไม่กลายเป็นชื่อเล่นเก่าของพี่หรอกหรอ? (คิมแปรปรวน)

จองโม: ฮีชอลฮยองเป็นคนนึงที่ยังไม่อยากจะแต่งงานในตอนนี้

8.'I Wish' คือเพลงที่แสดงออกในความเป็นตัวตนของคุณ คุณใช้อารมณ์แบบไหนในการร้องเพลงนี้?

ฮีชอล: จองโมบอกให้ร้องแบบธรรมดาๆ ถ้าผมร้องแบบสบายๆ มันก็จะฟังดูสบายๆไปด้วย

จองโม: เพราะนักร้องจะต้องมีความสุขในสิ่งที่ทำ ลืมไม่ได้เลยว่าจะต้องทำด้วยความหลงใหล ดังนั้นผมเลยหวังว่าฮีชอลฮยองจะจำในจุดนี้ได้

9.ฮีชอลร้องเพลงทุกเพลงในอัลบั้มเลย เคยยอมรับตัวเองในฐานะนักร้องมั้ย?

ฮีชอล: หลังจากที่ผมหลุดคีย์ในเพลง U ผมก็เลิกมีความมั่นใจในการร้องเพลงเลย แต่จองโมก็คอยพูดเสมอว่าผมร้องเพลงดี ตอนที่ผมร้องเพลง Soul และ Moon Crystal เขาก็คอยยกย่องผมว่าร้องเพลงได้ดีอยู่ตลอด จริงๆแล้วผมไม่รู้หรอกนะว่าเสียงตัวเองเป็นยังไง เพราะผมไม่ค่อยร้องยาวๆซักเท่าไหร่ ตอนที่อัดเพลงของซุปเปอร์จูเนียร์ ผมนึกถึงคนฟัง ก็เลยลองโทนเสียงเพราะๆดู ดังนั้นตอนที่อัดเสียงกับจองโมก็ยังคงใช้มันอยู่ แต่จองโมบอกว่าจะดีกว่าถ้าผมใช้โทรเสียงธรรมดาๆ จองโมบอกว่าผมบกพร่องตรงจุดไหน หลังจากผ่านมาเป็น 10 ปี ผมก็หาเสียงของตัวเองเจอ นี่ก็คือการยอมรับตัวเองในฐานะนักร้อง (หัวเราะ) ตอนที่อัลบั้มวางแผง ผมร้องไห้เลยนะ อ้า! ตอนนี้รู้แล้วว่าต้องร้องเพลงยังไง ผมมีความคิดแบบนั้นจริงๆ

10.เสียงร้องที่คุณค้นพบมันใกล้เคียงกับนักร้องร็อคบัลลาดในปี 90 เลย เพลงที่ต้องตะโกนเหมือนเพลง Soul

ฮีชอล: แนวเพลงของผมก็น่าจะอยู่ราวๆช่วงนั้นนั่นแหละ เคยฟังเพลงในยุคนั้นมาก็หลายเพลง จำเนื้อร้องทั้งหมดได้ด้วย ในตอนนั้นผมชอบ J-Rock เนื้อเพลงของผมก็ให้ความรู้สึกแบบนั้น มันได้รับอิทธิพลจากเพลงในยุค 90 เพราะว่าเนื้อเพลงในยุคนั้นมีความหมายที่ดีมาก บางทีคงเป็นเพราะผมให้ความสนใจกับมันมาก ผมเลยอยากที่จะให้ความหมายมันออกมาลึกซึ้ง

11.'Space Big Star' เป็นที่จดจำของผู้คนในฐานะซุปเปอร์สตาร์ในยุค 90

ฮีชอล: ถูกต้องเลย ดังนั้นถ้าหากวงที่คล้ายๆกับจีนูซยอนคัมแบค ผมก็จะบินไปทักทายพวกเขาเลย เพราะผมไม่อยากให้อารมณ์ของยุค 90 ต้องจบลง จองโมก็ด้วย

12.คนที่ฟังเพลงไปด้วยเล่นเกมส์ไปด้วยในยุค 90 ดูเหมือนว่าจะโตขึ้นมาแบบที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพวกนี้เลยนะ

ฮีชอล: ฉากใน MV ของผมไม่ได้ดูเหมือนละครในยุค 90 หรอกหรอ? (หัวเราะ) จากที่ฟังเพลง J-Rock ในคังวอนโดมาเป็นไอดอลใน SM ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกขอบคุณบริษัทมากกับความนิยมที่ผมได้รับที่นี่ แต่ตอนช่วงโชว์การแสดงในบริษัท ผมก็ร้องเพลงของฮิเดะนะ ในรายการเพลง ผมเปลี่ยนสไตล์จากแดนซ์มาเป็นร็อค

13.คุณเติบโตขึ้นมาท่ามกลางประสบการณ์ที่ได้รับจากช่วงเวลาเหล่านั้น ตอนนี้ในอายุ 30 คุณร้องเพลง ‘Where did the girls go ~' คุณคิดว่าคุณเติบโตขึ้นมาได้ดีมั้ย?

ฮีชอล: ตราบเท่าที่ผมมีคนดีๆมากมายอยู่รอบข้าง ผมรู้สึกว่าผมเติบโตขึ้นมาได้ดีมากเลย ยกตัวอย่างเช่น พี่ผู้จัดการบางคนที่ผมสนิทด้วยอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการผู้บริหาร พวกเขาช่วยเหลือผมเยอะมาก ถึงแม้ว่าผมจะแสดงตัวยิ่งใหญ่และตั้งชื่อดาราแห่งจักรวาลให้ตัวเองซึ่งฟังดูทะนงตนมา
ก แต่เป็นเพราะผู้คนที่อยู่รอบตัวผม ผมเลยไม่ต้องอยู่อย่างไร้แก่นสาร

14.อะไรคือความสุขสำหรับคุณ?

ฮีชอล: ในตอนแรกเริ่มของซุปเปอร์จูเนียร์ ผมไม่ได้อยากเป็นไอดอลเลย มันฟังดูแปลกๆที่จะต้องมอบหัวใจให้ผู้คน แต่พอผมเข้าสู่อายุ 30 ผมกลับมาฟังเพลง ‘No Other’ ซึ่งผมเคยเกลียดเพลงนี้เอามากๆ ในตอนนั้นคือใกล้ 30 แล้ว ผมจะต้องทำเพลงนี้จริงๆหรอ? แต่ในตอนนี้มันกลายเป็นเพลงของซุปเปอร์จูเนียร์ที่ผมฟังบ่อยที่สุดไปแล้ว ผมไม่อยากบอกลาเส้นทางในการเป็นไอดอลของผมไป ผมก็คือผมในตอนนี้ เพราะซุปเปอร์จูเนียร์ ผมจึงภูมิใจในสิ่งนี้ เพราะมีซุปเปอร์จูเนียร์ ผมจึงสามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ และความเข้าใจนี้ทำให้ผมมีความสุข สิ่งที่ทำให้เซเลปคิมฮีชอลรู้สึกพึงพอใจในตัวเองก็คือซุปเปอร์จูเนียร์ และสิ่งที่ผมอยากทำก็คือ M&D ดังนั้นในตอนนี้ผมถึงมีความสุขมากๆ เพลงที่อยากทำก็ประสบความสำเร็จ ผมยังสามารถทำเพลงที่อยากทำอีกในตอนนี้ แน่นอนว่าแค่ M&D อย่างเดียวไม่สามารถทำให้ผมประความสำเร็จได้ ผมเลยอายุ 30 มาแล้ว ผมมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี (หัวเราะ) ตอนนี้มันเหมือนกับหยิบเอาส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์มาต่อ ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อไม่ให้จิ๊กซอว์อันนี้พังทลายลง
fernnynew


ในชีวิตคนธรรมดา 30 นี่ยังชิวๆ
แต่สำหรับไอดอลเลยรู้สึกว่าอายุมากกก
รู้สึกเหมือนวันวานมันผ่านมาแสนนานนนนนนนนนนน
ยังไงๆก็ยังชอบคุณฮีนะ
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2019 Invision Power Services, Inc.